บทที่ 22 ความเมตตาของมารตัวร้าย (03)
“ยินดีได้รับเกียรตินั้นครับ งั้นผมก็ขอเรียกคุณรัมภาว่าน้องนะครับ เพราะผมเองก็อยากจะมีน้องสาว” นาคินฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตร และรู้สึกสงสารน้องสาวคนนี้ยิ่งนัก เนื่องจากพอจะรับรู้ได้ว่า หญิงสาวต้องทนกับความแค้นที่แสนบ้าคลั่งของเจ้านายของตนเองอีกนานโข
ไม่นานนักนาคินก็พาเพียงรัมภามาถึงสวนสาธารณะที่อยู่เยื้องจากหน้าปากซอยบ้าน จากนั้นหญิงสาวก็เดินไปนั่งยังเก้าอี้ไม้ซึ่งอยู่ติดกับริมน้ำ ซึ่งรายล้อมด้วยธรรมชาติ ความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้าทำให้หญิงสาวสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง ด้านนาคินก็ยืนคุมอยู่ไม่ห่าง
ใบหน้าเศร้าสร้อยฝืนส่งยิ้มให้กับนาคินคนที่ดีกับหล่อนมาโดยตลอด ก่อนที่จะเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นสายตาสงสารของนาคิน ซึ่งไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าใบเล็กก็ดังขึ้น มือต้องสั่นระริกเมื่อสายที่โทรเข้ามาหาเป็นคนที่เจ้าหล่อนถวิลหา อยากจะวิ่งเข้าไปโอบกอด
“สวัสดีครับน้องรัมภา” น้ำเสียงเข้มขึ้น หัวใจพองโตเมื่อได้กดเบอร์โทรหาที่คนเขาก็แสนจะถวิลหา ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปสักกี่วันหรือเป็นปี เพียงรัมภาก็ยังอยู่ในหัวใจเรื่อยมา ความรู้สึกดีๆ ยังมีให้เสมอ แต่ความรักจำเป็นต้องลดเหลือเพียงแค่พี่น้อง
“พี่..อัศวิน” เพียงรัมภาครางเสียงหลง น้ำตาเล็ด
“สบายดีไหมครับ” อัศวินเอ่ยถาม
“สบายดีค่ะแล้วพี่อัศวินล่ะคะสบายดีไหม แล้วนิสาล่ะคะเป็นอย่างไรบ้าง” ตั้งแต่ที่แต่งงานก็ไม่มีเวลาไปเยี่ยมทั้งคู่เลยสักครั้ง เพราะมัวแต่ทำตามบัญชามาร ขืนไปก็มีหวังได้โดนค่อนขอด ว่าจะไปทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก ความคิดของพยัคฆ์ไม่เคยเลย ไม่เคยสักครั้งที่จะมองหล่อนในมุมมองที่ดี
“สบายดีครับ นิสาบ่นคิดถึงรัมภาเลยให้พี่โทรมาถามว่ารัมภาเป็นอย่างไรบ้าง”
“ค่ะ…รัมภาก็คิดถึงนิสาเหมือนกัน คิดถึงมากๆ เลยค่ะ แต่ช่วงนี้รัมภาต้องช่วยงานคุณพยัคฆ์เลยไม่ค่อยว่าง” หล่อนลอบถอนหายใจเมื่อพูดถึงมารร้าย
“แล้วคุณพยัคฆ์เขาดูแลรัมภาดีใช่ไหม ถ้ามีอะไรบอกพี่ได้นะรัมภา” ยังห่วงใยอดีตคนรักเก่าเสมอ เฝ้าคิดถึงในทุกวัน
“ค่ะ เขาดูแลรัมภาอย่างดี ดีมากจนรัมภาซาบซึ้งเลยล่ะค่ะ” ถ้อยคำประชดประชันแถมยังโป้ปดคำโต นับครั้งได้ล่ะมั้งที่พยัคฆ์จะทำดีใส่หล่อน นับครั้งได้ที่เขาพูดจาอ่อนหวาน อ่อนโยนกับหล่อน…ไม่ใช่สิ เขาไม่เคยพูดจาอ่อนโยนกับเพียงรัมภาผู้อาภัพคนนี้เลยต่างหาก
จากนั้นไม่นานอัศวินก็วางสายไป ปล่อยให้หญิงสาวต้องกลั้นน้ำตาด้วยความคิดถึง หล่อนคิดถึงเขา แต่ก็รู้ว่าคงไม่อาจจะรักได้อีกต่อไป จะทำเช่นไรได้ในเมื่อชีวิตของเขาและหล่อนไม่ได้ขีดเขียนมาให้บรรจบกัน ทำได้เพียงแค่รักก็เท่านั้น อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมานาคินจึงพาหญิงสาวกลับมายังบ้าน เนื่องจากก็มืดค่ำพอสมควรแล้ว
เมื่อเพียงรัมภากลับมาถึงห้องพักก็รีบทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้าและหลับไปอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกปวดหลังและปวดท้องก็ตามที ไม่เหมือนกับใครคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเคียงคู่คลอเคลียอยู่กับสาวสวย สองมือก็ถือถุงเสื้อผ้า รองเท้า ข้าวของแพงลิ่วให้สาวเจ้าอย่างไม่คิดบ่น
“สวยจังค่ะพยัคฆ์” สายตาแวววาวเมื่อเห็นสร้อยเส้นสวยเพชรเม็ดโต
“ผมเอาสร้อยเส้นนี้เส้นหนึ่งครับ” ไม่ทันให้ริสาต้องร้องขอ ชายหนุ่มก็จัดแจงซื้อให้ด้วยความเต็มใจ ใบหน้าแสนจะพิศวาสและเอาอกเอาใจสาวสวยชาวญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษ มากกว่าสาวๆ ทุกคนที่เคยผ่านมา แม้กระทั่งภรรยาทางนิตินัยและพฤตินัยก็ยังไม่เคยได้รับการดูแลเช่นนี้
“ริสา…รักพยัคฆ์จังค่ะ” เขย่งปลายเท้าขึ้นจูบลงที่แก้มสาก ก่อนที่จะยื่นมือไปโอบเอวสอบอย่างรักใคร่ แต่ทว่าหัวใจกลับหาได้รู้สึกเช่นนั้น ไม่เคยมีคนไหนทะลุผ่านกำแพงนี้ไปได้ แต่กับพยัคฆ์หัวใจดวงแกร่งกลับรู้สึกแปลกประหลาด และรู้สึกอ่อนยวบยาบอย่างบอกไม่ถูก
เสื้อผ้าแบรนด์เนม รองเท้านำเข้าถูกมือหนาจัดการยื่นให้กับพนักงานตัวแล้วตัวเล่า คู่แล้วคู่เล่า ยอมรับเลยว่าคราวนี้ลงทุนมากเป็นพิเศษ และหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับมาจะคุ้มค่าสมการรอคอย ยี่สิบห้าปีวันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันมันช่างทรมาน นึกถึงเมื่อไหร่มือก็ต้องกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูด
คอนโดหรูย่านชานเมืองเป็นจุดมุ่งหมายสำหรับชายหญิงคู่หนึ่ง สองมือไม้ก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกลมดิกอยู่ในลิฟต์ตัวกว้างซึ่งกำลังพาทั้งคู่ลอยขึ้นไปสู่ชั้นสิบเอ็ด เตียงนอนขนาดกว้างกำลังรอทั้งสองให้ไประเริงรักระเริงสวาท ซึ่งบทรักของพยัคฆ์ก็ตอบสนองริสาเต็มกำลัง
“พยัคฆ์คะคืนนี้ค้างกับริสานะคะ” ริสาลูบไล้ที่อกกว้างในขณะที่ทั้งสองนอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน และคงไม่ต้องบอกว่าสองร่างไร้อาภรณ์ห่อหุ้มกาย
“ได้สิครับคนดี” ตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
“แล้วภรรยาของคุณจะโกรธริสาหรือเปล่าน้า…ริสาไม่อยากจะทำให้เธอโกรธจริงๆ นะคะ” แม้น้ำเสียงออกจะเศร้าแต่ใบหน้านั้นระริกระรี้ ชื่นชอบในรสสวาทของพยัคฆ์จนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่งบางครั้งก็รุนแรงรุกเร้า แต่บางครั้งกลับอ่อนโยนนุ่มนวล
